ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน
.. ๒๕๔๔
____________________

โดยที่สมควรกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายในเพื่อให้หน่วยรับตรวจมีแนวทางในการจัดระบบการควบคุมภายในให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานและแก่การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของประเทศชาติโดยรวม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๕ () () () แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  .. ๒๕๔๒  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจึง   ออกระเบียบไว้  ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑     ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน  .. ๒๕๔๔”

ข้อ ๒     ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓     ในระเบียบนี้

“หน่วยรับตรวจ”  หมายความว่า

() กระทรวง  ทบวง  กรม  ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็น กระทรวง   ทบวง  หรือกรม

() หน่วยงานของราชการส่วนภูมิภาค

() หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น

() รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือตามกฎหมายอื่น

() หน่วยงานอื่นของรัฐ

()  หน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน หรือกิจการที่ได้รับเงิน หรือทรัพย์สินลงทุนจากหน่วยรับตรวจตาม ()  ()  ()  () หรือ ()

()  หน่วยงานอื่นใดหรือกิจการที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้สำนักงาน    การตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบ

“หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น ”   หมายความว่า   องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น

“ผู้กำกับดูแล” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลหรือบังคับบัญชาผู้รับตรวจหรือหน่วยรับตรวจ

“ผู้รับตรวจ” หมายความว่า  หัวหน้าส่วนราชการ  หัวหน้าหน่วยงาน  หรือผู้บริหารระดับสูง   ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการหรือการบริหารของหน่วยรับตรวจ

“ฝ่ายบริหาร” หมายความว่า   ผู้รับตรวจ หรือผู้บริหารทุกระดับของหน่วยรับตรวจ

“ผู้ตรวจสอบภายใน”  หมายความว่า   ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในของหน่วยรับตรวจ หรือ ดำรงตำแหน่งอื่นที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ตรวจสอบภายใน                 

“การควบคุมภายใน” หมายความว่า  กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหารและบุคลากรของหน่วยรับตรวจจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า  การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการ   ดำเนินงาน  ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน  การป้องกันหรือลดความผิดพลาด  ความเสียหาย  การรั่วไหล  การสิ้นเปลือง  หรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ     ด้านความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน     และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  และมติคณะรัฐมนตรี 

ข้อ ๔     ห้ผู้กำกับดูแล และหรือฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการนำมาตรฐาน       การควบคุมภายในของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินท้ายระเบียบนี้ไปใช้เป็นแนวทางสำหรับการจัดวางระบบการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

ข้อ      ให้หน่วยรับตรวจจัดวางระบบการควบคุมภายในโดยใช้มาตรฐานการควบคุมภายในท้ายระเบียบนี้เป็นแนวทางให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ  โดยอย่างน้อยต้องแสดงข้อมูล ดังนี้

(๑) สรุปภารกิจและวัตถุประสงค์การดำเนินงานที่สำคัญในระดับหน่วยรับตรวจ และระดับกิจกรรม

(๒)  ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการควบคุม   โดยเฉพาะเกี่ยวกับความซื่อสัตย์  และจริยธรรมของผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรในหน่วยรับตรวจ

(๓)  ความเสี่ยงที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

() ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการควบคุมเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่สำคัญตาม  ()

() ผู้รับผิดชอบประเมินระบบการควบคุมภายใน  และวิธีการติดตามประเมินผล

ให้หน่วยรับตรวจรายงานความคืบหน้าในการจัดวางระบบการควบคุมภายในต่อ            ผู้กำกับดูแล  และคณะกรรมการตรวจสอบของหน่วยรับตรวจ (ถ้ามี)  ทุกหกสิบวัน  พร้อมทั้งส่งสำเนาให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินด้วย เว้นแต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะขอให้ดำเนินการเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๖  ให้ผู้รับตรวจรายงานต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  ผู้กำกับดูแล   และคณะกรรมการ ตรวจสอบเกี่ยวกับการควบคุมภายในอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณ หรือ ปีปฏิทิน  แล้วแต่กรณี   เว้นแต่การรายงานครั้งแรกให้กระทำภายในสองร้อยสี่สิบวันนับจากวันวางระบบการควบคุมภายในแล้วเสร็จ   โดยมีรายละเอียด    ดังนี้

(๑) ทำความเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจที่ใช้อยู่มีมาตรฐานตามระเบียบนี้หรือไม่

(๒) รายงานผลการประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในในการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด  รวมทั้งข้อมูลสรุปผลการประเมินแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายใน   ประกอบด้วย

(ก) สภาพแวดล้อมของการควบคุม

(ข) การประเมินความเสี่ยง

(ค) กิจกรรมการควบคุม

(ง) สารสนเทศและการสื่อสาร

(จ) การติดตามประเมินผล

(๓) จุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในพร้อมข้อเสนอแนะและแผนการปรับปรุงระบบการควบคุมภายใน

ข้อ ๗    ในกรณีหน่วยรับตรวจไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้  ให้ขอทำความตกลงกับคะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ข้อ ๘     ในกรณีหน่วยรับตรวจมีเจตนาหรือปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติตามระเบียบนี้  หรือตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยไม่มีเหตุอันควร  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสามารถเสนอข้อสังเกตและความเห็นพร้อมทั้งพฤติการณ์ของหน่วยรับตรวจนั้น  ให้กระทรวงเจ้าสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาหรือผู้ควบคุมกำกับ หรือรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ  แล้วแต่กรณี  เพื่อกำหนดมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้หน่วยรับตรวจไปปฏิบัติ

ในกรณีกระทรวงเจ้าสังกัดหรือผู้บังคับบัญชา  หรือผู้ควบคุมกำกับหรือรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาอันสมควร  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสามารถรายงานต่อประธานรัฐสภา  เพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมาธิการของรัฐสภาที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่  และแจ้งไปยังคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐสภา  เพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ข้อ ๙   ให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินรักษาการตามระเบียบนี้ และให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ระเบียบนี้

ในกรณีมีเหตุอันสมควร  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอาจยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้ได้

 

ประกาศ    วันที่    ๒๘    กันยายน พ..๒๕๔๔


(นายปัญญา   ตันติยวรงค์)
ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

 

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๙๙ ก  วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๔

 

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
มาตรฐานการควบคุมภายใน

บทนำ

.    การควบคุมภายในเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานตามภารกิจมีประสิทธิภาพ  ประหยัด  และมีประสิทธิผล  และช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการผิดพลาด  ความเสียหาย ไม่ว่าจะในรูปของความสิ้นเปลือง  ความสูญเปล่าของการใช้ทรัพย์สิน  หรือการกระทำอันเป็นการทุจริต 

.   มาตรฐานการควบคุมภายในที่กำหนดโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนี้ได้จัดทำจากผลการ       ตรวจสอบและประสบการณ์การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  รวมทั้งได้อนุวัติตาม    มาตรฐานสากล  คือ รายงานของคณะกรรมการร่วมของสถาบันวิชาชีพ    แห่ง และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานการควบคุมภายในของสถาบันการตรวจเงินแผ่นดินระหว่างประเทศ  (International  Organization of  Supreme Audit Institutions-INTOSAI)  มาปรับใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ของไทย

แนวคิด

.   แนวคิดเกี่ยวกับการควบคุมภายใน  มีดังนี้

()  การควบคุมภายในเป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติ    การควบคุมภายในเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างเป็นขั้นตอน มิใช่เป็นผลสุดท้ายของการกระทำ  แต่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง และแทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติของหน่วยรับตรวจ   ฝ่ายบริหารจึงควรนำการควบคุมภายในมาใช้โดยรวมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงาน ซึ่งได้แก่  การวางแผน   การดำเนินการ   และการติดตามผล

() การควบคุมภายในเกิดขึ้นได้โดยบุคลากรของหน่วยรับตรวจ    บุคลากรทุกระดับของหน่วยรับตรวจเป็นผู้มี     บทบาทสำคัญในการทำให้มีการควบคุมภายในเกิดขึ้นในหน่วยรับตรวจ   ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี  โดยการกำหนดวัตถุประสงค์  การวางกลไกการควบคุม   และการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ  รวมทั้งการติดตามผลการควบคุมภายใน  ส่วนบุคลากรอื่นของหน่วยรับตรวจรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในที่กำหนดขึ้น

()  การควบคุมภายในให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด         แม้ว่าการควบคุมภายในจะออกแบบไว้ดีเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถให้ความมั่นใจว่าจะทำให้การดำเนินงาน  บรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์    เพราะการควบคุมภายในยังมีข้อจำกัดจากปัจจัยอื่นซึ่งมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยรับตรวจ   เช่น  การใช้ดุลยพินิจผิดพลาด  การสมรู้ร่วมคิดกัน  การปฏิบัติผิดกฎหมาย  ระเบียบและกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้  นอกจากนี้การวางระบบการควบคุมภายในจะต้องคำนึงถึงต้นทุนและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกันว่าผลประโยชน์ที่ได้รับจากการควบคุมภายในจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่เกิดขึ้น

คำนิยาม

.   “หน่วยรับตรวจ” หมายความว่า

()  กระทรวง  ทบวง  กรม  ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็น กระทรวง   ทบวง  หรือกรม

() หน่วยงานของราชการส่วนภูมิภาค

() หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น  ได้แก่   องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น

()  รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือตามกฎหมายอื่น

()  หน่วยงานอื่นของรัฐ ได้แก่ หน่วยงานอิสระ องค์การมหาชน เป็นต้น

() หน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน หรือกิจการที่ได้รับเงิน หรือทรัพย์สินลงทุนจากหน่วยรับตรวจตาม ()  ()  () (๔) หรือ ()  ได้แก่ องค์กรเอกชน  เป็นต้น

(๗) หน่วยงานอื่นใดหรือกิจการที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบ 

. “ผู้กำกับดูแล” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลหรือบังคับบัญชาผู้รับตรวจหรือหน่วยรับตรวจ

  • ในกรณีหน่วยรับตรวจระดับกรม  ได้แก่ ปลัดกระทรวง หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า

  • ในกรณีหน่วยรับตรวจเป็นรัฐวิสาหกิจ  ได้แก่  คณะกรรมการบริหารของรัฐวิสาหกิจนั้น

  • ในกรณีหน่วยรับตรวจเป็นหน่วยงานในราชการส่วนภูมิภาค  ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด   ส่วนในกรณีหน่วยรับตรวจเป็นหน่วยงานของราชการส่วนกลางแต่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค   ได้แก่  อธิบดี  หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า

  • ในกรณีหน่วยรับตรวจเป็นหน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น  ได้แก่  ผู้ว่าราชการจังหวัด  นายอำเภอ 

  • ในกรณีหน่วยงานอื่นของรัฐ  ได้แก่   บุคคลหรือ คณะบุคคลที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานนั้น

.  “ผู้รับตรวจ” หมายความว่า หัวหน้าส่วนราชการ  หัวหน้าหน่วยงาน  หรือผู้บริหารระดับสูง   ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการหรือการบริหารของหน่วยรับตรวจ

.   “ฝ่ายบริหาร” หมายความว่า ผู้รับตรวจ หรือผู้บริหารทุกระดับของหน่วยรับตรวจ

.   “ผู้ตรวจสอบภายใน”  หมายความว่า  ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในของหน่วยรับตรวจ หรือ ดำรงตำแหน่งอื่น   ที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ตรวจสอบภายใน                       

.   “การควบคุมภายใน”   หมายความว่า   กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล   ฝ่ายบริหารและบุคลากรของหน่วยรับตรวจจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า   การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ  จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน  ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน  การป้องกันหรือลดความผิดพลาด  ความเสียหาย   การรั่วไหล   การสิ้นเปลือง  หรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ   ด้านความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน    และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  และมติคณะรัฐมนตรี 

ขอบเขตการใช้

๑๐.  มาตรฐานการควบคุมภายในจัดทำขึ้นเป็นแม่บท  สำหรับหน่วยรับตรวจทุกหน่วยใช้เป็นแนวทาง       จัดวางระบบการควบคุมภายในให้เหมาะสมกับลักษณะ  ขนาด  และความสลับซับซ้อนของส่วนงานในความรับผิดชอบ  และมีการติดตามประเมินผลการควบคุมภายในและปรับปรุงการควบคุมภายในให้มี  ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจอยู่เสมอ   อย่างไรก็ตามการนำมาตรฐานไปใช้จะต้องไม่ขัดกับกฎหมาย  นโยบาย  และระเบียบที่ทางราชการกำหนด

 วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

๑๑.  ผู้กำกับดูแล  ฝ่ายบริหารและบุคลากรของหน่วยรับตรวจต้องให้ความสำคัญต่อวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในตามมาตรฐานนี้   ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๓  ประการ คือ

() เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน  (Operation Objectives) ได้แก่ การปฏิบัติงานและการใช้ทรัพยากรของหน่วยรับตรวจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน  การป้องกันหรือลดความผิดพลาด  ความเสียหาย  การรั่วไหล  การ     สิ้นเปลือง  หรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ

() เพื่อให้เกิดความเชื่อถือได้ของการรายงานทางการเงิน    (Financial  Reporting  Objectives) ได้แก่     การจัดทำรายงานทางการเงินที่ใช้ภายในและภายนอกหน่วยรับตรวจให้เป็นไปอย่างถูกต้อง     เชื่อถือได้  และทันเวลา

() เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย  และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง  (Compliance Objectives)  ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ  รวมทั้งการปฏิบัติตามนโยบาย  และวิธีการปฏิบัติงานที่             หน่วยรับตรวจได้กำหนดขึ้น

๑๒. วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในของแต่ละหน่วยรับตรวจจะแตกต่างกันไปขึ้นกับฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ใดมากกว่ากัน   กล่าวคือบางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องระวังป้องกันการทุจริต  การ     รั่วไหล   บางหน่วยงานเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการบริหาร  บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากร    บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการรายงานถูกต้อง  ซึ่งเป็นเรื่องของนโยบาย  ทัศนคติ  ลักษณะหน่วยงาน  หรือทุกเรื่องผสมผสานกัน   การจัดวางระบบการควบคุมภายในจึงควรให้ความสำคัญกับการกำหนดวัตถุประสงค์ของการควบคุมที่กำหนดและปรับปรุงการควบคุมภายในให้มี    ประสิทธิภาพ  และประสิทธิผลอยู่เสมอ

องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน

๑๓ .  มาตรฐานการควบคุมภายในประกอบด้วยองค์ประกอบ  ๕ ประการ  ซึ่งผู้กำกับดูแลและฝ่ายบริหารจะต้องจัดให้มีในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน 

()   สภาพแวดล้อมของการควบคุม (Control Environment )  

()   การประเมินความเสี่ยง (Risk  Assessment )

()   กิจกรรมการควบคุม  (Control Activities )

()   สารสนเทศ และ การสื่อสาร  ( Information and Communications ) 

()   การติดตามประเมินผล  (Monitoring )

๑๔. สภาพแวดล้อมของการควบคุม 

“สภาพแวดล้อมของการควบคุม”  หมายถึง  ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งร่วมกันส่งผลให้มีการควบคุมขึ้นในหน่วยรับตรวจ  หรือทำให้การควบคุมที่มีอยู่ได้ผลดีขึ้น หรือในทางตรงข้ามสภาพแวดล้อมอาจทำให้การควบคุมย่อหย่อนลงได้   

ตัวอย่างปัจจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการควบคุมภายใน  เช่น  ปรัชญาและรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร  ความซื่อสัตย์และจริยธรรม  ความรู้  ทักษะและความสามารถของบุคลากร  โครงสร้างการจัดองค์กร  การมอบอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ  นโยบายและวิธีบริหารด้านบุคลากร  เป็นต้น

ในการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของการควบคุม  ผู้กำกับดูแล  ฝ่ายบริหาร  และบุคลากรของหน่วยรับตรวจต้องสร้างบรรยากาศของการควบคุมเพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน  โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนในหน่วยรับตรวจเกิดจิตสำนึกที่ดีในการ      ปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญของการควบคุม    ภายใน  รวมทั้งดำรงรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมของการควบคุมที่ดี

๑๕.  การประเมินความเสี่ยง

“ความเสี่ยง” หมายถึง    โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด  ความเสียหาย  การรั่วไหล  ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ซึ่งไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด

“การประเมินความเสี่ยง”  หมายถึง    กระบวนการที่ใช้ในการระบุและการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยรับตรวจ  รวมทั้งการกำหนดแนวทางที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมความเสี่ยง หรือการบริหารความเสี่ยง

ในการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง   ฝ่ายบริหารต้องประเมินความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยรับตรวจอย่างเพียงพอและเหมาะสม

๑๖.  กิจกรรมการควบคุม                

“กิจกรรมการควบคุม”  หมายถึง  นโยบาย และวิธีการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดให้บุคลากรของ หน่วยรับตรวจปฏิบัติเพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง   และได้รับการสนองตอบโดยมีการปฏิบัติตาม 

ตัวอย่างกิจกรรมการควบคุม  เช่น  การสอบทานงาน  การดูแลป้องกันทรัพย์สิน  การแบ่งแยกหน้าที่งาน เป็นต้น

 ในการดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมการควบคุม  ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีกิจกรรมการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อป้องกันหรือลดความเสียหาย ความผิดพลาด   ที่อาจเกิดขึ้นและให้สามารถบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน           สำหรับกิจกรรมการควบคุมในเบื้องต้นจะต้องแบ่งแยกหน้าที่งานภายในหน่วยรับตรวจอย่างเหมาะสม  ไม่มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานที่สำคัญหรืองานที่เสี่ยงต่อความเสียหายตั้งแต่ต้นจนจบ  แต่ถ้ามีความจำเป็นให้กำหนดกิจกรรมการควบคุมอื่นที่เหมาะสมทดแทน

๑๗.  สารสนเทศและการสื่อสาร

“สารสนเทศ”  หมายถึง    ข้อมูลข่าวสารทางการเงิน  และข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ  เกี่ยวกับการดำเนินงานของ    หน่วยรับตรวจไม่ว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งภายในหรือภายนอก

ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศและการสื่อสาร  ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีสารสนเทศอย่างเพียงพอและสื่อสารให้ฝ่ายบริหารและบุคลากรอื่น ๆ ที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอกหน่วยรับตรวจ  ซึ่งจำเป็นต้องใช้สารสนเทศนั้นในรูปแบบที่เหมาะสมและทันเวลา

๑๘.  การติดตามประเมินผล

“การติดตามประเมินผล”  หมายถึง   กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานและประเมิน      ประสิทธิผลของการควบคุมภายในที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ   โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงาน  (Ongoing Monitoring  )    และการประเมินผลเป็นรายครั้ง  (Separate Evaluation )    ซึ่งแยกเป็นการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment )  เช่น  การประเมินการควบคุมโดยกลุ่มผู้ปฏิบัติงานภายในส่วนงานนั้น ๆ  และการประเมินการควบคุมอย่างเป็นอิสระ  (Independent Assessment )  เช่น  การประเมินโดยผู้ตรวจสอบภายใน   การประเมินผลการควบคุมภายในโดยผู้ตรวจสอบภายนอก  เป็นต้น

 ในการดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามประเมินผล ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีการติดตามประเมินผล โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงาน  และการประเมินผลเป็นรายครั้งอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า

  • ระบบการควบคุมภายในที่วางไว้เพียงพอ  เหมาะสม  มีประสิทธิภาพ  และมีการปฏิบัติจริง

  • การควบคุมภายในดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล

  • ข้อตรวจพบจากการตรวจสอบและการสอบทานอื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่าง     เหมาะสมและทันเวลา

  • การควบคุมภายในได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ตุลาคม ๒๕๔๔

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๔๔ ก  วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๔

WELCOME TO OFFICE OF THE AUDITOR GENERAL OF THAILAND
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2271-8000